UFABETWINS ยากกว่าเตะเอง : เหตุใดอดีตนักฟุตบอลส่วนใหญ่จึงเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไม่ได้?

UFABETWINS นอกจาก มิเชล พลาตินี่ นักเตะระดับบัลลงดอร์ที่ผันตัวมานั่งในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ ยูฟ่า

ยากกว่าเตะเอง : เหตุใดอดีตนักฟุตบอลส่วนใหญ่จึงเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไม่ได้?

นอกจาก มิเชล พลาตินี่ นักเตะระดับบัลลงดอร์ที่ผันตัวมานั่งในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ ยูฟ่า เราก็แทบจะไม่เคยเห็นอดีตนักเตะระดับโลกคนใดอีกเลยที่เข้ามาบริหารองค์กรฟุตบอลเบอร์ใหญ่ๆ จนประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับ

มันน่าแปลกที่นักฟุตบอลอยู่กับกีฬาชนิดนี้มาทั้งชีวิต หลายคนเป็นมิสเตอร์ไนซ์กาย ได้รับการยกย่องว่าเหมาะสมกับการเป็นหัวเรือใหญ่ขององค์กรหรือนายกสมาคมฟุตบอลของประเทศหลังจากที่พวกเขาเลิกเล่น

แต่ถึงอย่างนั้น ทำไมจึงไม่ค่อยจะมีใครมาทำหน้าที่ในบทบาทนักบริหารกันบ้าง ? เราจะมาลองวิเคราะห์กันดู ติดตามไปพร้อมกับ Main Stand

แยกสายชัดเจน

งานสายบริหารนั้นไม่ว่าจะวงการไหน ผู้ที่ได้รับบทบาทผู้นำเปรียบเสมือนกับกุนซือที่ต้องใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีในการวิเคราะห์กลยุทธ์ ตัดสินใจ วางแผนงาน ลงมือทำ และสรุปผลงาน เพื่อทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้า

ฟุตบอลเองก็เช่นกัน งานสายบริหารของฟุตบอลนั้นจำเป็นจะต้องมีความเชี่ยวชาญหลากหลาย นอกจากรู้เรื่องฟุตบอลแล้วยังต้องรู้เรื่องการบริหารและการตลาดอีกด้วย เพราะทุกอย่างสำคัญไม่แพ้กันเลย

1จะเห็นได้ว่า องค์ความรู้ที่ต้องใช้ต่อการทำงานแทบจะเป็นคนละเรื่องกับผลงานในสนามเลย แม้จะมีความเกี่ยวพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังคำว่า “บริหารดี = ผลงานทีมดี” แต่ศาสตร์ในการเป็นผู้นำองค์กรด้านฟุตบอลนั้น ไม่ใช่การเป็นคนจัดวางรายละเอียดและวิธีการเล่นในสนาม แต่พวกเขาคือคนที่ต้องเลือกคนเข้ามาทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ให้ได้ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้กับองค์กร

จากเนื้องานจึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมคนในตำแหน่งผู้บริหารจึงมีรายรับหรือเงินเดือนสูง เพราะความผิดชอบทั้งหมดนี้ ต้องใช้ทั้งพระเดชและพระคุณในการปกครององค์กร รวมทั้งการมีปัญหาให้แก้ในทุก ๆ วัน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับใครที่ร่ำเรียนสายบริหารมา ตำแหน่งนี้คือตำแหน่งในฝันที่ “มีรายได้สมน้ำสมเนื้อ” และที่สำคัญยัง “มีหน้ามีตาในสังคม” อีกด้วย

 

ทว่ารายได้และชื่อเสียงในฐานะผู้บริหารจะมากกว่านักฟุตบอลได้อย่างไร ? โดยเฉพาะในหมู่นักเตะระดับโลกนั้น พวกเขาทำเงินต่อปีมากจนแทบไม่ต้องนับ เปรียบเทียบกันง่าย ๆ กับการผู้บริหารองค์กรใหญ่อย่างสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือ ยูฟ่า ในอดีตอย่าง มิเชล พลาตินี่  ที่เคยดำรงตำแหน่งนี้มา 6 ปี โดยอดีตนักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ในช่วงยุค 80s รายนี้ มีเงินเดือนที่ได้จาก ยูฟ่า ราวปีละ 210,000 ยูโรต่อปี คิดเป็นเงินไทยคือปีละ 7 ล้านบาทโดยประมาณ

หากเทียบกับนักเตะระดับพรีเมียร์ลีกที่เบอร์ใหญ่ ๆ หน่อยตอนนี้ตามค่าเฉลี่ยก็มีรายรับถึงสัปดาห์ละ 1 แสนปอนด์ หรือ 4.6 ล้านบาทแล้ว ตก 1 ปีนักเตะที่มีชื่อเสียงในระดับพรีเมียร์ลีกจะหาเงินได้ถึง 5.2 ล้านปอนด์ หรือราว ๆ 240 ล้านบาท มากกว่าเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูงของยูฟ่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

 

ที่สำคัญหากเข้ามารับตำแหน่งเพื่อชื่อเสียง ก็ยิ่งเป็นอะไรที่ไม่เมกเซนส์แม้แต่น้อย ทุกวันนี้หากถามแฟนบอลทั่วไปว่า พวกเขาจดจำนักเตะหรือผู้บริหารทีมฟุตบอลหรือองค์กรฟุตบอลได้มากกว่ากัน ? แน่นอนที่สุดว่าจะต้องเป็นนักฟุตบอล ที่ชนะแบบกินขาด

2นักฟุตบอลระดับอาชีพมีทุกสิ่งที่ผู้ชายคนหนึ่งต้องการ ชื่อเสียง, เงินทอง, ความเคารพ ดังนั้นการจะเข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้บริหารองค์กรแบบกินเงินเดือน ดูจะเป็นหน้าที่ซึ่งได้ไม่คุ้มเสียหากเทียบกับสิ่งที่พวกเขาทำได้ แค่นี้ก็น่าจะมากพอที่จะตอบคำถามข้อนี้ได้แบบคร่าว ๆ แล้ว ว่าทำไมนักฟุตบอลจึงไม่นิยมไปนั่งโต๊ะผู้บริหารองค์กรฟุตบอล

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องเงินทองและชื่อเสียงแล้วยังมีเหตุผลอื่นประกอบ ที่ทำให้นักเตะส่วนใหญ่เมินอาชีพผู้บริหารใส่สูท … นั่นก็เพราะมันยากและแตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาเคยทำมาตลอดชีวิต

งานยากสุดขีด

ทุกสายงานมีความเหนื่อยและความยากแตกต่างกันออกไป ตัวของนักฟุตบอลนั้นอาจจะต้องเหนื่อยเรื่องการทำตัวให้อยู่ในระเบียบวินัย รักษาสภาพจิตใจให้เข้มแข็ง สามารถสู้กับแรงกดดันของแฟนบอลได้

ขณะที่ผู้บริหารคือคนต้องจัดการและบริหารองค์กรให้อยู่รอด สิ่งที่พวกเขาทำมักจะเป็นสิ่งที่คนดูหรือแฟนบอลไม่เห็น เรียกได้ว่าหากบริหารได้ดีแฟนบอลก็จะไม่รู้สึกยินดีและให้ความชื่นชมมากมายนัก ซึ่งหากเทียบให้เห็นภาพ มันต่างจากนักเตะที่ยิ่งฟอร์มร้อนแรงก็ยิ่งโดดเด่น ทว่าวันใดที่องค์กรเริ่มทรุด เสียงกดดันก็จะเริ่มขึ้น และพวกเขาก็ต้องใช้ไอเดียทุกอย่างที่มีในการแก้ปัญหา และไม่ว่าจะตัดสินใจเช่นไร ย่อมมีคนไม่เห็นด้วยอยู่ดี

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล